เจาะลึกเส้นทางโลจิสติกส์ สินค้าจากจีนเดินทางถึงไทยได้ยังไง

Farm Fresh Experiencesbusiness เจาะลึกเส้นทางโลจิสติกส์ สินค้าจากจีนเดินทางถึงไทยได้ยังไง
สั่งสินค้าจากจีน
0 Comments

หลายคนที่เริ่มสั่งสินค้าจากจีน คงเคยสงสัยว่า สินค้าที่เราสั่งจากหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์นั้น เดินทางมาถึงมือเราในประเทศไทยได้ยังไง
ระบบโลจิสติกส์ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างประเทศนั้น มีหลายขั้นตอนที่ทำให้การสั่งของจากจีนเป็นไปอย่างราบรื่น 

วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันว่า จากจุดเริ่มต้นในจีน สินค้าเดินทางมาไทยผ่าน “ใครบ้าง” และ “ช่องทางไหน” จึงจะมาถึงคุณได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว

เส้นทางโลจิสติกส์หลักในการสั่งสินค้าจากจีน

ไม่ว่าคุณจะสั่งของจากเว็บอย่าง 1688, Taobao หรือ Alibaba ระบบการจัดส่งหลักๆ มีอยู่ 3 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่

1. ขนส่งทางอากาศ (Air Freight)

  • นิยมสำหรับของชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา เช่น สินค้าแฟชั่น, อุปกรณ์มือถือ, เครื่องสำอาง
  • ใช้เวลาประมาณ 3–7 วัน หลังจากจัดส่ง
  • ราคาค่อนข้างสูง แต่เร็ว
  • เหมาะกับการสั่งสินค้าจากจีนแบบ B2C หรือออเดอร์เร่งด่วน

2. ขนส่งทางรถบรรทุก (Land Freight)

  • ใช้เส้นทางผ่านชายแดนจีน–ลาว หรือจีน–เมียนมา แล้วเข้ามาทางไทย
  • ใช้เวลาประมาณ 5–10 วัน
  • ค่าขนส่งถูกกว่าเครื่องบิน แต่เร็วกว่าเรือ
  • นิยมมากในกลุ่มชิปปิ้งไทยที่รับรวมของจากหลายออเดอร์

3. ขนส่งทางเรือ (Sea Freight)

  • เหมาะสำหรับของจำนวนมาก หรือสินค้าขนาดใหญ่
  • ใช้เวลาค่อนข้างนาน 15–30 วัน โดยเฉลี่ย
  • ค่าขนส่งถูกที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น
  • มักใช้ในกรณีสั่งสินค้าจากจีนแบบ B2B หรือในปริมาณมาก

ขั้นตอนที่สินค้าต้องผ่านก่อนถึงมือคุณ

เมื่อคุณสั่งสินค้าจากจีน ไม่ว่าจะผ่านเว็บโดยตรงหรือผ่านตัวแทน ขั้นตอนโดยทั่วไปจะมีดังนี้

1. ร้านค้าจีนจัดส่งสินค้าไปยังโกดัง (Warehouse)

  • สินค้าจะถูกส่งจากร้านค้าไปยังโกดังของชิปปิ้งหรือตัวแทนที่คุณใช้
  • โกดังนี้มักอยู่ในเมืองหลัก เช่น กวางโจว, เซินเจิ้น, อี้อู

2. โกดังรวมของและคัดแยก

  • ตรวจสอบสินค้า แพ็กใหม่ หรือรวมกล่องตามคำสั่ง
  • คิดค่าขนส่งตามน้ำหนัก หรือปริมาตร
  • จากนั้นส่งต่อไปยังระบบขนส่งระหว่างประเทศ

3. ขนส่งออกนอกจีน (International Shipping)

  • ตามเส้นทางที่คุณเลือก: ทางเครื่องบิน, รถ หรือเรือ
  • สินค้าจะเดินทางออกจากจีนไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งก็คือไทย

4. ผ่านพิธีการศุลกากรไทย

  • เมื่อสินค้ามาถึงไทย จะต้องผ่านด่านศุลกากร
  • หากมูลค่าสินค้าเกินเกณฑ์ อาจต้องเสียภาษีนำเข้า + VAT 7%
  • ตัวแทนชิปปิ้งมักจัดการให้คุณทั้งหมดในขั้นตอนนี้

5. จัดส่งถึงมือคุณในไทย

  • หลังจากผ่านด่านและเคลียร์ภาษีแล้ว สินค้าจะถูกส่งต่อโดยขนส่งในประเทศ เช่น Flash, Kerry, J&T
  • คุณสามารถติดตามสถานะได้ผ่านระบบของชิปปิ้งหรือแอปที่คุณสั่ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการได้รับสินค้า

  • ช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีน หรือวันชาติ อาจทำให้ขนส่งช้ากว่าปกติ
  • สภาพอากาศ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น โควิด-19 เคยส่งผลต่อระบบโลจิสติกส์
  • ความถูกต้องของเอกสาร หากใบส่งสินค้าไม่ตรง อาจติดศุลกากร
  • ประเภทสินค้า บางชนิดถูกตรวจเข้ม เช่น อาหาร, เครื่องสำอาง, สินค้าแบรนด์

สรุป: เข้าใจเส้นทาง = วางแผนสั่งของได้ดีกว่า

การเข้าใจระบบโลจิสติกส์เบื้องหลังการ สั่งสินค้าจากจีน จะช่วยให้คุณ

  • วางแผนสต๊อกสินค้าได้แม่นยำขึ้น
  • ประเมินเวลาขนส่งและการขายต่อได้แม่นยำ
  • ควบคุมต้นทุนและเลือกวิธีจัดส่งที่เหมาะสม

หากคุณเป็นมือใหม่ อยากเริ่มต้นสั่งของมาใช้เองหรือมาขาย อย่าลืมถามตัวแทนชิปปิ้งก่อนเลือกวิธีส่งของว่าแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด ทั้งเรื่องความเร็ว ความปลอดภัย และงบประมาณ